< < < < กลับหน้าแรก < < < < กลับหน้าแรก

๓. คำถามที่ถามบ่อย


ถาม โครงการศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยทำไมถึงพัฒนาหลังจากที่จังหวัดพัฒนาระบบฐานข้อมูล ๔๕ กลุ่มเรื่อง และ ๓๒ ตัวชี้วัดแล้ว

ตอบ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้จัดทำโครงการ ศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด โดยเสนอขออนุมัติดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ โดยดำเนินการทั้ง ๗๕ จังหวัด ทั่วประเทศ   แต่สำนักงบประมาณอนุมัติให้ดำเนินการในจังหวัดนำร่องและส่วนกลางก่อน ในปีงบประมาณ ๒๕๔๗  ในวงเงิน  ๖๙ ล้านบาท เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานใดที่จะสามารถดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลระดับจังหวัด โดยบูรณาการข้อมูล จากทุกหน่วยได้ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจึงได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ส่วนกลางและจังหวัดที่เป็นศูนย์สื่อสารเขต ๖ จังหวัด ซึ่งขณะนั้น ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกำลังดำเนินการพัฒนาเครือข่ายสื่อสารข้อมูล (Network) ตามโครงการทางด่วนข้อมูลระยะที่ ๓ ใน สำนักงานปฏิรูประบบราชการ (กพร) ได้กำหนดตัวชี้วัดตามคำรับรอง การปฏิบัติ ราชการ ประจำปี พ.ศ.๒๕๔๗ ของทุกจังหวัด เกี่ยวกับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลจังหวัดให้มีการพัฒนาฐานข้อมูล ๔๕ กลุ่มเรื่อง และ ๓๒ ตัวชี้วัด ดังนั้นแต่ละจังหวัดที่มีงบผู้ว่า ceo จึงเร่งพัฒนาระบบฐานข้อมูลเองเพื่อให้ผ่านตามคำรับรอง การปฏิบัติ ราชการ ประจำปี โดยดำเนินการเองบ้าง จ้างบริษัทเอกชน หรือบางจังหวัดให้สถาบันการศึกษาพัฒนาให้ โดยยึดรายการข้อมูลตาม คู่มือการบริหารราชการจังหวัดแบบบูรณาการ เล่มที่ ๒ ซึ่งมีแต่ชื่อรายการข้อมูลที่ต้องจัดทำแต่ไม่มีรายละเอียด ของโครงสร้าง ฐานข้อมูล แต่ละจังหวัดจึงจัดทำฐานข้อมูลที่แตกต่างกันตามที่แต่ละจังหวัดจะมีข้อมูล

ถาม ทำไมระบบฐานข้อมูลศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทยไม่นำโครงสร้างฐานข้อมูลของจังหวดใดจังหวัดหนึ่ง เป็นมาตรฐาน

ตอบ การออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูล (Data Structure) ของศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทยมีการพัฒนามา ตั้งแต่ ่การดำเนินกา ตามโครงการศูนย์ข้อมูลกลางระยะที่ ๑ (๒๕๔๗) เดิมข้อมูลส่วนใหญ่นำมาจากฐานข้อมูล กชช.๒ค. และ จปฐ. ของกรมการพัฒนาชุมชน แต่ ในวัตถุประสงค์ ของโครงการต้องการให้หน่วยงานเจ้าของข้อมูลเป็น ผู้รับผิดชอบในการบันทึก นำเข้า ข้อมูล เพี่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องทันสมัย น่าเชื่อถือ และยั่งยืน โดยบริษัทผู้รับจ้างพัฒนาระบบจะเป็น ผู้นำเข้าข้อมูลเริ่มต้นที่ได้รับ จากหน่วยงานเจ้าของข้อมูล พบว่า ในระยะที่ ๑ (๖ จังหวัดนำร่อง) ข้อมูลที่จังหวัดจัดส่งให้มีปริมาณน้อย เนื่องจากขาดมาตรฐานในการจัดเก็บข้อมูลในแต่ละจังหวัดทำให้รายละเอียดของข้อมูล เช่นการจำแนกประเภท รอบการจัดเก็บ ระดับความลึกของข้อมูลไม่เท่ากัน นิยามของข้อมูลต่างๆ ไม่ชัดเจน
                    ดังนั้นในการพัฒนาระบบในระยะที่ ๒ (เพิ่มอีก ๓๐ จังหวัด)จึงจัดให้มีการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงสร้างฐานข้อมูลที่จังหวัดมีและคิดว่า ควรจัดเก็บ ซึ่งในคราวนั้นได้เชิญกระทรวงต่างๆ ในส่วนกลางที่น่าจะให้ความคิดเห็นและสนับสนุนข้อมูลเพื่อจัดทำระบบเข้าร่วมประชุมด้วย จึงได้มีการปรับโครงสร้างฐานข้อมูลในระยะที่ ๒ (การดำเนินการตามโครงกามีการแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อควบคุมให้ข้อเสนอแนะ การดำเนินการ ตามโครงการด้วย) ซึ่งศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้จัดทำกรอบโครงสร้างฐานข้อมูล ๔๕ กลุ่มเรื่อง ๓๒ ตัวชี้วัด บันทึกใส่แผ่นซีดี แจกจ่าย ให้ทุกจังหวัด เพื่อกำหนดเป็นมาตรฐานให้จังหวัดนำไปใช้ แต่เมื่อสิ้นสุดโครงการระยะที่ ๒ ข้อมูลที่ได้รับจากจังหวัดก็ยังคงมีปริมาณน้อย
โครงการระยะที่ ๓ สำหรับ ๓๙ จังหวัดที่เหลือ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จึงปรับกลยุทธในการดำเนินการ โดยมีการออกไปประชาสัมพันธ์ โครงการตั้งแต่ เริ่มโครงการที่จังหวัดทั้ง ๓๙ จังหวัด โดยให้แต่ละจังหวัดจดประชุมเชิญหน่วยงานเจ้าของข้อมูลในจังหวัดมาร่วมรับฟังคำชี้แจง พร้อมเอกสาร รายการข้อมูลพร้อมตัวอย่างข้อมูลแจกให้แต่ละหน่วยงานดูว่าสามารถให้การสนับสนุนข้อมูลตามที่ได้ออกแบบไว้หรือไม่ และสามารถให้ข้อคิดเห็นเสนอแนะข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์หากมีการจัดเก็บเพิ่มเติม หลังจากนั้นให้จังหวัด รวบรวมข้อมูลที่ได้รับ จากหน่วยงานในจังหวัด จัดส่งให้บริษัทนำเข้าข้อมูลเป็นข้อมูลเริ่มต้นของระบบ และตัวโปรแกรมบันทึกรวมทั้งฐานข้อมูลมีการออกแบบ ให้สามารถรองรับกับข้อมูลที่แต่ละจังหวัด ที่มีความลึกของข้อมูลแตกต่างกัน เช่นบางจังหวัดเก็บข้อมูลระดับอำเภอ บางจังหวัดระดับตำบล บางจังหวัดเก็บระดับหมู่บ้านก็สามารถรองรับได้ รวมทั้งแต่ละปีที่เก็บไม่เหมือนกันก็ยังสามารถรองรับได้

                   ในการดำเนินการตามโครงการ ระยะที่ ๓ นี้ ได้มีการเชิญผู้แทนจากจังหวัดมาร่วมเป็นคณะทำงานในการวิเคราะห์และออกแบบฐานข้อมูลด้วย ดังนั้นโครงสร้างของฐานข้อมูลที่ส่วนกลางใช้ตามโครงการน่าจะเป็น โครงสร้างที่เหมาะสมในระดับหนึ่ง แต่หลังจากที่มีการสั่งการให้ทุกจังหวัดใช้ระบบแล้ว จะทำให้เห็นภาพรวมของข้อมูลทั้ง ๗๕ จังหวัดว่าจะสามารถจัดเก็บเพิ่มเติมได้มากน้อยเพียงใด และหากมีหน่วยงานใดเสนอแนะให้ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม โครงสร้างฐานข้อมูล ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จะได้จัดประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาข้อเสนอเพื่อปรับปรุงต่อไป

ถาม ทำไมบันทึกข้อมูลเพิ่มไม่ได้ในบางปีที่มีข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลแล้ว

ตอบ ระบบการบันทึกข้อมูลตามโครงการศูนย์ข้อมูลกลางระยะที่ ๓ (และได้ทำการปรับแก้ระบบให้ทุกจังหวัดที่อยู่ในระยะที่ ๑ และ ระยะที่ ๒ แล้ว) จะรองรับการบันทึกข้อมูลได้ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ได้ โดยระบบจะเช็คข้อมูลที่บันทึกเข้าไป ดังนี้
             ๑. มีข้อมูลปีนั้นในฐานข้อมูลก่อนหรือไม่
             ๒. ถ้าเดิมมีข้อมูลอยู่แล้วจะรู้ว่าบันทึกระดับใดไว้ เช่น เดิมปี ๒๕๔๙ บันทึกข้อมูลระดับ อำเภอ ระบบจะยอมให้ บันทึกข้อมูลของอำเภอ อื่น ที่ยังไม่มีได้ (ณ ปี ๒๕๔๙ คีย์หลักของข้อมูลจะเป็น ปีข้อมูล รหัสจังหวัด รหัสอำเภอ)
แต่จะไม่อนุญาต
ให้บันทึกข้อมูล ระดับต่ำกว่าอำเภอได้ (เนื่องจาก รหัส ตำบล รหัสหมู่บ้านไม่ได้เป็นคีย์)                ถ้าท่านต้องการบันทึกข้อมูลลึกกว่าระดับอำเภอ เช่น ระดับตำบล ต้องลบข้อมูลปี ๒๕๔๙ ที่เป็นระดับอำเภอทั้งหมดออกก่อน

ถาม ทำไมแก้ไขส่วนที่เป็นชื่อจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน หรือ ข้อมูลบางตัว (เป็นสีเทา) ไม่มีรายการให้เลือก เวลาต้องการแก้ไขแต่ตอนบันทึกเข้าใหม่จะมีให้เลือก

ตอบ แสดงว่าส่วนของข้อมูลเหล่านั้นเป็นคีย์หลักของรายการข้อมูลนั้น ระบบฐานข้อมูลที่เป็นมาตรฐานส่วนใหญ ่จะไม่อนุญาตให้แก้ไข ส่วนที่เป็นคีย์หลักที่ใช้ดึงข้อมูล
วิธีแก้ไข
คือท่านต้องลบข้อมูลรายการนั้นทิ้งแล้วบันทึกข้อมูลที่ถูกต้องเข้าไปใหม่เท่านั้น

ถาม หน่วยงานที่อยู่นอกศาลากลางจังหวัดหรือไม่สามารถใช้เครือข่ายสื่อสารข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยได้จะบันทึกข้อมูลเข้าระบบ ศูนย์ข้อมูลกลางจังหวัด ที่เป็นระบบอินทราเน็ตได้อย่างไร

ตอบ ผู้ดูแลระบบของแต่ละจังหวัด (admin) สามารถโยนรหัสผู้ใช้ระบบในจังหวัดมาที่เครื่องแม่ข่ายศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทยที่ส่วนกลางได้ แล้วให้หน่วยงานนั้นบันทึกข้อมูลเข้าทางระบบอินเตอร์เน็ท ทางเว็บไซต์ของกระทรวงมหาดไทย (www.moi.go.th) หลังจากนั้นผู้ดูแลระบบของแต่ละจังหวัด (admin) โยนข้อมูลในตารางนั้นกลับไปที่เครื่องแม่ข่ายของจังหวัด ซึ่งได้มีการพัฒนาเป็นโปรแกรมเพื่ออำนวยความสะดวก ให้ผู้ดูแลระบบของ แต่ละจังหวัดสามารถใช้งานได

ถาม ทำไมเครื่องคอมพิวเตอร์บางเครื่องไม่สามารถเลือกบันทึกข้อมูลระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้านได้ แต่บางเครื่องเลือกได้

ตอบ เนื่องจากโปรแกรมที่ติดตั้งในคอมพิวเตอร์ที่ไม่สามารถเลือกบันทึกข้อมูลระดับอำเภอ ฯลฯ เป็น โปรแกรม ie (Internet Explorer) รุ่นที่สูงกว่า รุ่น ๖ (ส่วนใหญ่ ตอนนี้ใช้ รุ่น ๗ และไมโครซอฟท์กำลังออก รุ่น ๘ แล้ว) เนื่องจากตัวโปรแกรมที่ได้พัฒนาขึ้นตามโครงการพัฒนาตาม รุ่น ๖ (ขณะที่เซ็นต์สัญญาฯ จ้างพัฒนาระบบเป็นรุ่นล่าสุด)
วิธีแก้ไข ให้ติดตั้งโปรแกรมที่สามารถเลือกใช้ ie6 ได้โดยสามารถ download โปรแกรมได้ที่หน้าเว็บกระทรวงมหาดไทย (www.moi.go.th) เมนู "ข้อมูลสารสนเทศ" ชื่อ multiple-ie-setup

ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

 


สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
ถนนอัษฎางค์ กรุังเทพฯ 10200 โทรศัพท์: 0 - 2222 - 1141-55
เพื่อความสะดวกในการเข้าชมรายงานและใช้งานหน้าเว็บ ควรกำหนดรายละเอียดของจอภาพเป็น 1024 x 768 pixels