< < < < กลับหน้าแรก < < < < กลับหน้าแรก


           ลักษณะงานอันเป็นภารกิจของกระทรวงมหาดไทยนั้น มีหลักฐานปรากฎในประวัติศาสตร์การปกครองของไทยมาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว
นับตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นปฐมราชธานี เมื่อราว พ.ศ. ๑๘๐๐ มาจนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาที่มีการจัดระเบียบการปกครองฝ่ายพลเรือนในรูป " จตุสดมภ์ "
(เมือง วัง คลัง นา) โดยให้กรมเมือง มีหน้าที่ในการปกครองท้องที่ รักษาสันติสุข บังคับบัญชาบรรดาพลเรือน ตราบจนถึงรัชสมัยของ
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถราว พ.ศ. ๒๐๐๖ ได้กำหนดให้มีกรมมหาดไทย ดูแลบริหารราชการฝ่ายพลเรือนสืบทอดมาจึนถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

       การก่อตั้งกระทรวงมหาดไทยเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๕ กล่าวได้ว่า เป็นการรวบรวมงานมหาดไทยมาอยู่ในที่เดียวกันอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเล่าไว้เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยว่า ในยุคสมัยนั้นระเบียบการปฏิบัติงานต่างๆ
ขาดความชัดเจน งานที่ปฏิบัติก็ยังเหลื่อมซ้อนกันกับหน่วยงานอื่นๆ รวมตลอดจนวิธีการปฏิบัติงานก็ล้าสมัย จนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ต้องทรงมีพระราชดำริเป็นยุติให้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ฟื้นราชการมหาดไทยทั้งกระทรวง เลยทีเดียว

        นับตั้งแต่เข้าดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย สมเด็จฯ ได้ทรงทำการปรับปรุงงานของกระทรวงมหาดไทยหลายประการ
อาทิ แก้ไขระเบียบการปฏิบัติงาน ยกเลิกประเพณีที่ให้เจ้าหน้าที่ต้องไปเสนอราชการที่บ้านเสนาบดี เลิกประเพณีที่เสนาบดีเอาตราตำแหน่งไปไว้ที่บ้าน
กำหนดระเบียบการออกตรวจราชการหัวเมือง ให้มีการจัดสร้างศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ริเริ่มแนวคิดการทำงานของ
กระทรวงมหาดไทยที่มุ่งเน้นให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข โดยการทำนุบำรุงบ้านเมืองเสียแต่ยามปกติ ไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาเสียก่อนจึงค่อยดำเนินการ
รวมตลอดจนการจัดตั้งกรมต่างๆ ขึ้น และรวมการบังคับบัญชาหัวเมืองต่างๆ ซึ่งเดิมกระจายอยู่ถึง ๓ กระทรวง ให้มาขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย
เพียงแห่งเดียว เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

        อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมที่ผ่านมาทั้งในด้านการจัดองค์กร วิธีการปฏิบัติงานและตัวบุคลากร ทุกอย่างต้องได้รับการพิจารณาปรับเปลี่ยนให้สอดรับ
กับกระแสการเปลี่ยนทางสังคมทั้งภายในและภายนอกประเทศที่เกิดขึ้น โดยเป้าหมายของจุดเน้นจะอยู่ที่ประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ
เป็นสำคัญ ภารกิจหลากหลายในความรับผิดชอบต้องมีการกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน สับสน ทั้งผู้ปฏิบัติและผู้รับบริการ
การบริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วจะเป็นหัวใจของการปฏิบัติงาน ซึ่งอนาคตนับแต่นี้ไปจะถูกชี้นำด้วย นโยบายและแผน อย่างมีระบบ
ตัวผู้ปฏิบัติหรือบุคลากรของมหาดไทยทุกระดับจะได้รับการพัฒนาทั้ง คุณภาพ ทัศนคติ และ พฤติกรรม ให้เป็นคนรุ่นใหม่ที่มุ่งทำงานเพื่อประชาชน

ความเป็นมาการก่อตั้งกระทรวงมหาดไทย
            การปกครองไทยสมัยโบราณ การปกครองไทยสมัยโบราณ
              สภาพเมื่อแรกสถาปนากระทรวงมหาดไทย สภาพเมื่อแรกสถาปนากระทรวงมหาดไทย
ตอนที่หนึ่ง : ว่าด้วยตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
ตอนที่สอง : กระบวนการทำงานในกระทรวงมหาดไทย
ตอนที่สาม : ระเบียบในกระทรวงมหาดไทย
             ความยากเมื่อแรกตั้งกระทรวงมหาดไทย ความยากเมื่อแรกตั้งกระทรวงมหาดไทย

  
    วินิจฉัยคำว่า "มหาดไทย"     
    ความเห็นที่ 1     
    ความเห็นที่ 2     
    ความเห็นที่ 3     
    ความเห็นที่ 4     

 ความเห็นที่ 2 ความเห็นของหลวงวิจิตรวาทการ
             พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ นักประวัติศาสตร์คนสำคัญของชาติไทย กล่าวถึงคำนี้ไว้ว่า  “….พระนามของกษัตริย์วงศ์นี้
(วงศ์สุโขทัย) ก็ดี สิ่งต่างๆ ที่ทำไปในแผ่นดินกษัตริย์วงศ์นี้ก็ดี ล้วนเป็นทำนองพระอาทิตย์แรกขึ้น หรือพระอาทิตย์อุทัยทั้งสิ้น กษัตริย์องค์แรก ยังทรงพระนามว่า ศรีอินทราทิตย์ นครหลวงก็มีนามว่าสุโขทัย (สุข + อุทัย) พระนามของพระเจ้าแผ่นดินองค์หลังๆ ที่ว่าเลอไทย, ลิไทย, ไสยลือไทย นั้น      ก็ล้วนประกอบจากคำว่า “อุไทย” ทั้งสิ้น 
         
  อนึ่งในชั้นเดิมที่พวกไทยเรายกมาจากดินแดนที่ประเทศจีนในเวลานี้นั้นก็ไว้ผมยาวเกล้ามวยทั้งหญิงชายเหมือนกับจีนใน สมัยโบราณ แต่พอตั้งกรุงสุโขทัยไทยก็ตัดผม มีรูปเป็นวงกลมกลางกระหม่อม และโกนรอบข้างทำให้ผมตรงกลางมีรูปร่างเหมือนพระอาทิตย์ และเรียกชื่อผมที่ตัดใหม่นี้ว่า       “มหาดอุไทย” นานมาหน่อย เราเขียน อุ กลายเป็น ฦ เลยกลายเป็น   “มหาฦทัย” คนต่อไปเขียนหางตัว ฦ ยาวไปหน่อย กลายเป็น ฎ เลยกลายเป็น     มหาฎไทย ภายหลัง ฎ ชะฎา เขียนลำบาก จึงเป็น ด.เด็ก เลยกลายเป็นมหาดไทย จึงเป็น ผมมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย มหาดไทยมณฑลอยู่ในเวลานี้  ซึ่งที่จริงมาจากคำว่า “มหาอุทัย” ซึ่งแปลว่าพระอาทิตย์แรกขึ้น อันเป็นความหมายของคำว่า “พระร่วง” นั่นเอง
            สรุปว่า ท่านผู้นี้สันนิษฐานว่า “อักขรวิบัติ” ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังมาก ในบรรดาเอกสารโบราณของชาติไทย ที่ใช้วิธีคัดลอกต่อๆ กันมา ก่อนสมัยมีการพิมพ์หนังสือ
 


สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
ถนนอัษฎางค์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทรศัพท์: 0 - 2222 - 1141-55
เพื่อความสะดวกในการเข้าชมรายงานและใช้งานหน้าเว็บ ควรกำหนดรายละเอียดของจอภาพเป็น 1024 x 768 pixels